ExDecor's

Portfolio

การติดตั้งงานประติมากรรมหินทราย

Leave a Comment
ว้าว ๆ ๆ ...สวยจัง !!!!!!

หลายครั้งที่คนชอบแต่งบ้านเห็นภาพเหมือนงานแกะสลักหินติดผนังต้องอุทาน "ว้าว ๆ ๆ"  อยากได้
แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่ามันคืออะไร   คำเฉลยก็คือ สารพัดจะเรียกขานกันครับ แต่ที่ใช้เรียกกันมากก็คือ  งานหล่อหินทราย  ถ้าจะเป็นทางการหน่อยก็งานประติมากรรมหินทราย  ถ้าจะให้ลึกลงไปอีกก็คืองานประติมากรรมหินทรายเทียม   แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คืออันเดียวกัน เป็นการหล่อจากแบบดินเหนียวศิลปินฝีมือดีปั้นแต่งเป็นรูปต่าง ๆ ตามจินตนาการ อาจจะเป็นรูปเทพ ช้าง ม้า นางในวรรณคดี ดอกไม้ สัตว์ในเทพนิยาย  ผ่านขั้นตอนกันทำบล๊อกด้วยกาวยาวพารา  ลองหลับตานึกย้อนหลังไปตอนที่เราเป็นเด็กคงเคยทำตุ๊กตาปูนปาสเตอร์ นั่นแหละ..หลักการเดียวกัน  เพียงแต่ชิ้นงานจะใหญ่ขึ้น น้ำหนักมาก ส่วนผสมก็เปลี่ยนไป  ประมาณว่าแทนงานแกะสลักหินทรายธรรมชาติ ที่ทำได้ยากมาก หาช่างแกะสลักเก่ง ๆ ยาก  ค่าจ้างสูง  ใช้เวลานาน และที่สำคัญแพงมาก ๆ   ส่วนสีสรรอาจจะเป็นสีทรายธรรมชาติ สี่สีอะคีลิก สีดำปัดทอง สีเขียวเก่า ก็แล้วแต่วัตถุประสงค์ของการใช้งาน   พอมาถึงตรงนี้ถ้าจะแบ่งงานประติมากรรมหินทราย แยกตามการใช้งานก็แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม (แยกแบบชาวบ้านครับ) คือ
1. แบบใช้ติดผนัง มีขนาดตั้งแต่ขนาดไม่กี่เซนติเมตร ไปจนถึงขนาดยาวเป็น 5-6 เมตร  เป็นงานแผ่นเดียวหรือเป็นจิ๊กซอว์หลายแผ่นเหมือนจิ๊กซอว์เด็กเล่น 
2. แบบลอยตัว เหมือนตุ๊กตาทั้งหลาย นำไปตั้งไว้ในที่ต่าง ๆ ไม่ต้องติดผนัง สารพัดรูปร่าง
ทั้งแนวตั้ง แนวนอน 

ก็เป็นการจบการเกริ่นนำ

จากนี้ไปจะพูดถึงการติดตั้งงานจิ๊กซอว์ติดผนังกันแหละครับ  ถ้าท่านเผอิญไปพบงานแผ่นที่วางขายตามร้านขายของตกแต่งบ้านและสวน หรืองานแฟร์ของตกแต่งบ้านและสวนละก้อ...คนพร้อม รถพร้อม สวยถูกใจยกเลยครับ

ขั้นตอนการติดตั้งไม่มีอะไรมาก
1.นำภาพที่ได้มาถึงบ้านก็แกะกล่อง เรียงภาพให้ได้ภาพสมบูรณ์ซะก่อน2.อุปกรณ์ที่้ใช้ติดตั้งไม่มีอะไรมาก ถ้ามีคานก็ใช้คานที่เขาก่อไว้แล้วเป็นฐานวางชิ้นงาน ถ้าไม่มีคาน ก็หาอุปกรณ์การจับระดับน้ำ (ที่ชาวบ้านเขาเรียกว่าน้ำเที่ยงนั่นแหละครับ) เมื่อได้ฉากแล้วก็เจาะติดปุ๊กทองเหลือง สำหรับติดตั้งฉากเหล็กรองรับน้ำหนักให้ความยาวของฉากเท่ากับตัวชิ้นงาน  ที่สำคัญต้องกะตำแหน่งภาพให้ดูสมดุลย์  ไม่สูงไป หรือต่ำไป
3.เมื่อได้พื้นที่ที่จะได้ติดชิ้นงานแล้ว ก็ตรวจสอบดูสิว่าพื้นผิวมีสภาพอย่างไร ถ้าทาสีไว้แล้วให้กะเทาะสีออก  ถ้าเป็นกระเบื้องก็ให้เลาะออกซะก่อน เพราะต่อไปนี้เราต้องอาศัยการยึดติดระหว่างชิ้นงานกับผนัง เสร็จแล้วหาตะปูคอนกรีต ขนาด 1 นิ้ว มาตอกลงบนพื้นให้โผล่ขึ้นมาประมาณครึ่งเซนติเมตรเพื่อให้ปูนกาวที่เราทาลงบนชิ้นงานยึดเกาะกับตะปูคอนกรีตและพื้นผิวไม่หลุด
4.ปูนกาวที่ใช้  ขอแนะนำให้ใช้ปูนกาวตราตุ๊กแก รับรองว่าหนึบจริง ๆ (ใช้ดีขอบอกต่อละกัน) ส่วนขั้นตอนการผสมก็มีบอกไว้ที่ข้างถุง  จากนั้นนำชิ้นงานมาหงายขึ้นที่ละแผ่น เริ่มจากล่างสุด  (ถ้าเป็นงานแผ่นเดียวแผ่นใหญ่ น้ำหนัก 60-70 กก.ให้นำยางรถยนต์มาเป็นแท่นวางงาน พวกลายนูน ๆ ของภาพจะได้ไม่แตกหรือปริ ถ้าเป็นงานแผ่นเล็กอาจจะใช้โฟมรองก็ได้) ทากาวเหมือนทาแยมบนขนมปังนั่นแหละ แต่ให้หนาหน่อย แล้วนำไปติดตรงตำแหน่งที่เราเตรียมไว้  ใช้แรงดันขยับชิ้นงานเล็กน้อยเพื่อกาวซีเมนต์
ด้านในกระจายทั่วทั้งแผ่น ไม่มีฟองอากาศ และติดแน่น  และทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนเสร็จ
5. นิดนึ่ง..ถ้าพบว่าชิ้นงานเบี้ยว เอียง ไม่เท่ากัน หรือห่างกัน ให้หนุนและหาตำแหน่งให้ได้เพื่อที่ภาพใหญ่จะได้ไม่เอียงหรือขอบบนไม่เท่ากัน
6. การซ่อมงานเมื่อติดตั้งงานเสร็จ ในกรณีที่ชิ้นงานมีตำหนิ หรือการเก็บรายละเอียดชิ้นงานหลังการติดตั้งก็เป็นสิ่งสำคัญ ความพิถีพิถันเป็นสิ่งจำเป็น และจะทำให้งานออกมาสวย (แต่กรณีนี้ใช้ได้เฉพาะสีทรายธรรมชาติเป็นหลัก ถ้าแบบสีอะคีลิกถือว่างานเข้าแล้วแหละครับ)   ใช้ปูนซีเมนต์ขาวผสมทรายละเอียด นำสีเหลือง (สีฝุ่น)มาผสมลงไปนิดนึ่ง นิดเดียวนะครับ ผสมให้เข้ากันแล้วนำไปตกแต่งตามต้องการ โดยเฉพาะตามขอบ และด้านล่างตรงฉากรับน้ำหนัก  เพราะบางภาพติดตั้งไว้สูงถ้าไม่เก็บงานจะมองเห็นเหล็ก มองทีไรเสียอารมณ์ทุกที  ใช้เกรียงเล็ก ๆ มาปาดแต่งให้เรียบทั้งไว้ให้แห้ง  เสร็จแล้วนำกรดเกลือ(มีขายตามร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป) ผสมกับน้ำเปล่าอัตราส่วน 1:5 แล้วนำพู่กันแบบแข็งขนาด 1 นิ้วมาจุ่มน้ำกรดที่ผสมแล้ว ทาลงตรงตำแหน่งที่เราซ่อมงานไว้  แล้วใช้ฟองน้ำชุบน้ำเช็ดออกให้สะอาด (ระวังถ้าเช็ดไม่สะอาดจะเป็นขี้เกลือขาว ๆ) เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จพิธี

0 comments:

แสดงความคิดเห็น