ExDecor's

Portfolio
ข่าวดีสำหรับคนชอบเล่นแท็บเล็ต เล่นโน้ตบุ๊ค เป็นเวลาหลาย ๆ ชั่วโมงติดต่อกัน ตอนนี้มีขาตั้งแท็บเล็ต ขาตั้งโน๊ตบุ๊คที่จะเป็นตัวช่วยให้คุณได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมสุดโปรดแบบไม่สะดุดแล้วครับ   จากที่เคยยกเครื่องนาน ๆ  จนแขนแทบหลุด  และ....บางคนชอบวางตัก  (อันนี้ต้องขีดเส้นใต้ไว้เลยครับ  เขาบอกว่าความร้อนอาจทำให้หนุ่ม ๆ เป็นหมันได้ หรือคุณแม่ท้องอ่อน ๆ อาจแท้งลูกได้  เป็นข่าวเขาว่า  จริงไม่จริงก็กลัวไว้ก่อนซักนิดก็ดีนะขอรับท่าน.....)

ขาตั้งแท็บเล็ต โน้ตบุ๊คที่ว่านี้  นักออกแบบได้ออกแบบมาเพื่อสนองตอบต่อกลุ่มผู้ชอบใช้แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ค หรือสมาร์ทโฟนบนที่นอน  และจะนำไปใช้บนโซฟา ห้องรับแขก นั่งเล่น นอนเล่น กึ่งนั่ง กึ่งนอน บางคนก็ยืนก็ย่อมได้  ปัญหาที่เคยเกิดก็คือความเมื่อยล้าจากการใช้นาน ๆ  จากพฤติกรรมที่ไม่เป็นกิจจะลักษณะทำให้ปวดต้นคอ ขวดหลัง ปวดเอว ปวดข้อศอก ปวดข้อมือ และอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ที่อาจตามมา  ยังไงก็พอเลี่ยงได้ก็เลี่ยงเถอะครับ   คราวนี่มาพูดถึงเจ้าขาตั้งโน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน ขออนุญาตนำเสนอเป็นภาพซะส่วนใหญ่  และลองจินตนาตามดูนะครับว่าตัวช่วยพวกนี้จะเวิร์คไหม




 ขาตั้งแท็บเล็ต โน้ตบู๊ค แบบใช้ตัวสอดเข้าตรงกลาง  ปรับความสูง และองศาได้




 ใช้บนเตียงนอน ปรับระดับให้สูงต่ำ และระดับสายตาได้




    
 ใช้บนเดย์เบดสบาย ๆ 



    ใช้งานร่วมกับกับเบาะปรับระดับ 




 นั่งก็เมื่อย นอนก็เมื่อย เปลี่ยนเป็นยืนก็วางบนโต๊ะก็สะดวกดี



ใช้งานเสร็จแล้วพับเก็บ ประหยัดพื้นที่ น้ำหนักเบา



นอกจากที่นำมาโชว์ยังมีอีกหลายแบบ แต่ละแบบล้วนเน้นให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกสบาย ดีไซน์สวยงาม สีสันสะอาดสะอ้านดี  สนนราคาก็ไม่แพง  ความแข็งแรงคงทนก็พอไปได้ ซึ่งก็แล้วแต่แบบ  ถ้าสลับซับซ้อนมากก็จะพังง่าย บางแบบมีพัดลมระบายอากาศพ่วงเข้ามาอีก นัยว่าช่วยระบายอากาศไม่ให้เครื่องร้อน ซึ่งถึงตอนนี้ก็คงจะอยู่ที่ตัวท่านแล้วละว่าจะยังไง  ท้ายสุดขอให้ท่านมีความสุขกับการใช้เครื่องมือของท่านแต่พอดี ไม่ปวด ไม่เมื่อย ไม่ล้า และสุขภาพแข็งแรงทุก ๆ คนนะครับ....











เคยไหมครับ เวลาเล่นแทบเล็ต หรือโน๊ตบุ๊คบนเตียงนอนนาน ๆ  รู้สึกเหมื่อยคอ เหมื่อยมือ ปวดเหมื่อยไปหมด ตอนแรกก็กะว่าจะเล่นแป็บเดียว คลิกโน่น นั่น นี่ ปาไปครึ่งวันก็มี   สำหรับคนที่มีโต๊ะทำงานอยู่แล้วแต่เป็นอาการเผลอยังพอไหว    แต่บางคนอย่างนักศึกษา หรือหนุ่มสาวที่เพิ่งทำงานใหม่ ๆ ซิง ๆ พักหอพัก หรือคอนโด ห้องแคบ ๆ อยู่กันหลายคน  บางคนเลิกงานแล้วยังต้องหอบงานกลับมาทำต่อที่บ้านอีก  ยังไงก็ใจเย็น ๆ นะครับ  ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน  มลพิษต่าง ๆ จะทุเลาเบาบางเอง มิตรภาพจงเจริญก็แล้วกันครับ...


ไปซะไกลเลย กลับมาเล่าเรื่องโต๊ะทำงานอเนกประสงค์ต่อนะครับ
บางทีเราก็ลืมไปว่าเพียงแค่หาโต๊ะทำงานอเนกประสงค์ก็อาจจะเป็นตัวช่วยที่ดี  ตอนนี้มีโต๊ะที่ออกแบบให้มีคุณสมบัติมัลติฟังชั่น ฟังแล้วมันโก้ดีแต่มันคืออะไร ขอขยายความนะครับ ......
  • โต๊ะทำงานมัลติฟังก์ชั่นสามารถพับเก็บได้ ประหยัดพื้นที่ 
  • สามารถปรับเป็นโต๊ะทำงานได้ทุกที ปลายเตียง ข้างเตียง หรือแม้แต่บนที่นอน 
  • ปรับระดับความสูงต่ำได้ตามความเหมาะสม
  • ปรับองศาให้พอดีกับมุมมองขณะนั่งทำงานได้
  • มีความแข็งแรง รับน้ำหนักได้ 50 กิโลกรัมขึ้นไป
  • ดีไซน์สวยงาม รูปร่างไม่ประหลาด เป็นเฟอร์นิเจอร์อีกชิ้นได้สบาย ๆ 
  • มีความปลอดภัย วัสดุที่ใช้ไม่เป็นมลพิษ ไม่มีมุมแหลม หรือส่วนหนึ่งส่วนใดก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้
  • มีล้อเลื่อนให้เคลื่อนย้าย เลื่อน ขยับ ได้สะดวกมาก ๆ 
  • น้ำหนักรวมไม่มากจนเกินไป คนทั่ว ๆ ไปสามารถยกได้
  • สามารถปรับเป็นโต๊ะอเนกประสงค์วางของได้  ทำงานได้   เป็นโต๊ะอาหารได้   รองรีดผ้าได้   เป็นโต๊ะพรีเซนเตชั่นงานได้  
  • ราคาไม่แพงจนเกินไป


โต๊ะทำงานอเนกประสงค์ ปรับระดับได้ตามต้องการ




โต๊ะทำงานอเนกประสงค์ สอดขาโต๊ะเข้าใต้เตียงได้ ไม่เกะกะ 


ดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่ ExDecor

โคมไฟตั้งโต๊ะของร้าน ExDecor เรานำงานหัตถกรรมพื้นบ้านเครื่องปั้นดินหมู่บ้านเผาด่านเกวียน จังหวัดนครราชสีมา มาต่อยอดความคิดพัฒนาเป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน สวยงามและมีประโยชน์ใช้สอยครบครัน ใช้งานภายในบ้านเรือน โรงแรม รีสอร์ท สำนักงาน เป็นของขวัญ ของฝาก ของแจก ของแถม

การจัดจำหน่าย เราเคยเปิดร้านที่ด่านเกวียน ตอนหลังปิดร้านที่ด่านเกวียนเมื่อพบว่ายอดขายมาจากออนไลน์มากกว่า ปัจจุบันจัดจำหน่ายผ่านออนไลน์เท่านั้น (Online Only) เราเปิดเว็บช็อปปิ้งตั้งแต่ปี 2007 www.exdecor.com ปี 2014 ย้ายเว็บไปที่ www.ex-decor.com ติดต่อสอบถาม สั่งซื้อ และอัพเดทเทรนด์สินค้าตกแต่งบ้านและสวนได้ที่เว็บใหม่ของเราค่ะ

การจัดส่งสินค้า  ของชิ้นเล็ก จำนวนน้อยส่งทางพัสดุไปรษณีย์ ของชิ้นใหญ่ จำนวนมากส่งทาง Logispost ของไปรษณีย์  หรือบริษัทขนส่งเอกชน ตามความเหมาะสม เราจัดส่งสินค้าทั่วประเทศและทั่วโลก  การจัดส่งสินค้าไปต่างประเทศ ถ้าสินค้าจำนวนมากลูกค้าจัดหาชิ้ปปิ้งเองหรือให้เราจัดหาชิ้ปปิ้งให้ก็ได้ค่ะ ถ้าสินค้าจำนวนน้อยเราจัดส่งทางไปรษณีย์ก็ได้ เราจะสรุปราคาค่าส่งประเภทต่าง ๆ ให้ลูกค้าเลือกก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะจัดส่งอย่างไร

ขนาดของโคมไฟตั้งโต๊ะ เรามีโคมไฟตั้งโต๊ะให้เลือกหลายขนาด เริ่มตั้งแต่โคมไฟตั้งโต๊ะขนาดจิ๋ว ไปจนถึงโคมไฟตั้งโต๊ะขนาดใหญ่ และโคมไฟตั้งพื้นขนาดใหญ่มาก การวัดขนาดโคมไฟ วัดที่หมวกโคมไฟหรือเรียกว่าเฉดโคมไฟค่ะ  แล้วค่อยเลือกขนาดแจกันดินเผาให้เหมาะสมกับหมวกโคมไฟ แจกันดินเผามีหลายรูปทรง เช่น แจกันดินเผาทรงอ้วนกลม   แจกันดินเผาทรงผอมสูง 


โคมไฟตั้งโต๊ะขนาดจิ๋ว ฐานทำจากแจกันดินเผาทรงอ้วนกลม หมวกโคมไฟขนาด 10 นิ้ว 




โคมไฟตั้งโต๊ะขนาด 12 - 24 นิ้ว
บ้านเราเป็นเมืองร้อน วิถีชีวิตของคนเมืองร้อนมักทำกิจกรรมอยู่นอกบ้านรับลมเย็น สบาย ๆ  เช่น นั่งเล่นคุยกัน ทำเครื่องจักสาน ทำอาหาร ทำการบ้าน อ่านหนังสือ เล่านิทาน เล่นอินเทอร์เน็ต ที่ชานบ้าน เฉลียง ใต้ถุนบ้าน ใต้ต้นไม้ ศาลาในนา (เถียงนา) ศาลาท่าน้ำ ศาลาในสวน

ศาลาในสวนส่วนใหญ่เป็นศาลาไม้ ทั้งศาลาแบบเรียบง่ายและศาลาแบบสวยงามวิจิตรบรรจง คนบ้านเราทำกิจกรรมหลากหลายที่ศาลาในสวน เช่น รับแขก นั่งเล่น นอนเล่น กินข้าวกลางวัน โดยเฉพาะรวมญาติทำส้มตำมะละกอ ตำแตง ตำยอ ตำกล้วย ตำมะยม (พิมพ์ไปน้ำลายไหล หิวจัง) ข้าวเหนียว ไก่ย่าง

เถียงนา สร้างจากไม้ง่าย ๆ


เถียงนาพื้นต่างระดับ


ศาลาบาหลีตั้งไว้กลางลานบ้าน


ศาลาบาหลีเสาเอียงริมน้ำ มทร. ธัญบุรี


ศาลาบาหลีเสาตรง มทร. ธัญบุรี


ศาลาไม้ริมน้ำ  หัวข้อกระทู้ :พาเที่ยวใกล้กรุงฯ ที่ โฮมสเตย์บ้านริมน้ำ แพตกปลา – ป้าเป้าบางไทร 
มีวิถีชีวิตแบบริมน้ำให้ชื่นชมอย่างน่าอิจฉา ตามไปดูตามลิ้งก์นะคะ 





ศาลาไม้ริมน้ำ รีสอร์ทเรือนปณาลี หลังใหญ่มาก วิวสวย


ข้อดีของศาลาไม้ในสวน 

  1. ติดตั้งง่าย ยกศาลาทั้งหลังไปตั้งเลย หรือถอดชิ้นส่วนออก แล้วประกอบใหม่ง่าย ๆ รวดเร็ว
  2. ประหยัดไฟ ไม่ต้องเปิดแอร์ รับลมธรรมชาติรอบทิศทางแทน
  3. ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำกิจกรรมได้หลากหลาย
  4. ใกล้ชิดธรรมชาติ มีเวลาชื่นชมสวนสวย
  5. สงบ สบาย ผ่อนคลาย 


เชิญคุณผู้อ่านร่วมแชร์รูปศาลานั่งเล่นและกิจกรรมค่ะ


เศรษฐีวินสัน หรือบางคนก็เขียนเป็น เศรษฐีวิลสัน
ชื่อวิทยาศาสตร์ Dieffenbachia วงศ์ ARACEAE
หรือเรียก Crystal Anthurium



ต้นเศรษฐีวินสัน

  • ลำต้นและใบสีเขียวเข้ม ผิวมัน สูงได้ถึง 2 เมตร  ต้นเดียว หรือเป็นกอ 2-3 ต้นก็มี  
  • ลำต้นมีกลิ่นเหม็นเขียวนิด ๆ ดอกมีกลิ่นฉุน ยางเมื่อถูกผิวหนังจะแสบ ๆ คัน ๆ
  • ขยายพันธุ์ด้วยหน่อ หรือตัดชำ
  • เลี้ยงง่าย โตไว เป็นต้นไม้ที่แปลกต้องการน้ำและปุ๋ยน้อย ชอบอยู่ในร่ม
  • ดูดซับความร้อนได้เยอะมาก ให้ความชุ่มเย็น




ต้นเศรษฐีวินสันใบโดดแสงแดงจะเป็นสีเหลือง ๆ

ที่พูดมาคือคุณสมบัติที่สัมผัสได้ด้วยตัวเองแต่ที่หลายๆ คนบอกว่าให้โชคอย่างงั้นอย่างงี้ก็ยังไม่ได้พิสูจน์หรืออาจจะมีแต่ไม่รู้อ่ะครับ

แต่ที่แน่ ๆ เวลาให้ใครยิ้มแก้ปริทุกราย ยังไม่เคยขายครับ ตอนแรกซื้อมา 2 ต้น 500 บาท ตอนนั้น 2 ใบเล็ก ๆ  เลี้ยงไปเลี้ยงมาสูงท่วมหัวก็ประมาณ 200 ซม. เห็นต้นเฉา ๆ เลยตัดชำ   เพื่อนที่เขาขายต้นไม้บอกว่าตัดความยาวประมาณ 5-7 ซม. อย่าให้โดนที่ข้อ ให้ใช้ถุงดำใส่แกลบดำแล้วเอาต้นเศรษฐีวินสันปักชำลงไป  ลุยเลยครับปรากฎว่าเน่าเกือบหมด เหลือ 2 ต้น  และเหลือตอต้นเก่าไว้เลี้ยงต่อ น่าเจ็บใจมารู้อีกทีเลยถึงบางอ้อ

  • ชื้นมาก แฉะมาก จะเน่า
  • ดูแลพอเหมาะ ไม่ต้องโด๊บใด ๆ ทั้งสิ้น
  • ห้ามโดนแดด
  • ดินที่ปลูกต้องระบายน้ำได้ดี




ต้นเศรษฐีวินสันที่ชำเอาไว้ส่วนที่เป็นปลาย ๆ จะแตกหน่อหลังเพื่อน




หน่อเศรษฐีวินสันที่แยกกระถาง

รอบที่สอง คราวนี้เลี้ยงพวกที่รอด 3 ต้น พอต้นสูงประมาณ 180 ซม. ดูต้นเริ่มแก่ ตาขึ้นชัดเจน ลองใหม่  ตัดความยาว 5-7 ซม. ดูที่ข้อและตาเป็นหลัก ปกติจะมีตาข้อละ 2 ตา และจะมีตาด้านหนึ่งใหญ่และตาอีกด้านหนึ่งเล็กกว่า ถ้าจะให้ดีให้ตาข้างใหญ่ขึ้น เพราะเขาจะออกใบตรงนี้  ถ้าลองเราปักผิดด้าน เช่น เอาด้านนี้ปักกลับหัวลงดิน เขาจะออกใบตรงนี้และก็งอกย้อนขึ้นมาเหนือดิน ประมาณว่าตะเองแกล้งเค้าอ่ะเปล่า รู้ทันน่ะ !!!  




ตอเศรษฐีวินสันที่ตัดส่วนต้นไปชำแล้ว  ออกหน่อใหม่ 3 หน่อ  ตอนนี้แก่จัดกำลังจะนำไปปักชำอีก


ส่วนวัสดุที่ใช้เพาะชำก็อาจจะเป็นถุงดำ  แกลบดำ อย่างว่า แต่ตอนหลัง ๆ ไม่ใช้อะไรมากใช้แกลบดำผสมดินปลูกต้นไม้ใส่กะละมัง อลูมิเนียมเก่า ๆ  เจาะก้นให้น้ำระบายได้สะดวก  แล้วปักพวกที่เราตัด ๆ ลงไป บางส่วนมันกลับหัวกลับหางบ้าง เหลือจากกะละมัง ก็ชำลงดินที่ระบายน้ำได้ดี ๆ แล้วก็รดน้ำสม่ำเสมอแต่อย่าให้แฉะ อย่าให้โดนแดด ปรากฎว่างอกเพียบ พอมีใบโผล่ ก็นำไปลงกระถาง พวกไหนที่ออกใบก่อนก็ลงกระถางก่อน พวงที่ยังไม่ออกใบแต่ยังเขียว ๆ อยู่ ให้เขาอยู่ต่อไป สักพักเขาก็จะออกใบและก็นำลงไปปลูกในกระถางไป เรื่อย ๆ ครับ

คราวนี้มาถึงคิวจัดการบริเวณรอบ ๆ บ้านบ้างละครับ  ก็อย่างที่บอกบ้านหลังนี้สร้างมาแล้วหลายสิบปี ขณะเดียวกันบริเวณโดยรอบก็เก่าดูโทรมพอกัน   พอหลังจากน้ำท่วมเมื่อปี 2553 ดูมันโทรมลงไปอีก สังเกตได้จากหญ้าและผิวดินรอบ ๆ บ้าน จะแห้งผิดปกติ พวกไม้ประดับที่ปลูกไว้ก็พลอยตายไปด้วย 


   มุมโปรดของคุณแม่บ้านคือระเบียงบ้าน  หนังสือ และกาแฟ   
      
                                                      
 
        
    บ่อน้ำหลังบ้านติดกับสระใหญ่ 


ที่ตรงหลังบ้านคั่นระหว่างสระจะมีที่ว่างที่เราใช้เป็นที่ทิ้งขยะ (เสียดายที่ไม่มีรูปตรง ๆ ให้ดู ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้) บริเวณนี้จะมีพวกต้นธูป หนามพุงดอ กระถินยักษ์ ป่ามะขามเทศ อยู่เต็มไปหมด พอหน้าฝนน้ำจะท่วม  บอกได้คำเดียวว่า “รก” เมื่อมารวมกันกับขยะที่เรานำลงไปกองสุมไว้ก็ยิ่งรกหนักเข้าไปอีก  ลูกสาวคนโตเขาชอบพูดว่า ที่ตรงนี้ถ้าทำเป็นสวนหย่อมจะสวยมากเลยนะพ่อ...ก็ได้แต่ยิ้มแหย ๆ กับแม่บ้าน  

เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2555 น้ำเอ่อหลังบ้านอีกรอบ ช่วยกันเก็บเศษกิ่งไม้ ต้นไม้ที่อยู่บริเวณรอบบ้าน แจกันดินเผาแตก กระถางแตก และสารพัดที่มันรก ๆ กวาดลงมาสุมอีกรอบ คราวนี้ดูไม่ลึกเท่าไหร่  เลยพากันวางแผนว่าจะทำสวนหย่อมสไตล์เราเอง และคิดว่าคงถมเพิ่มอีกไม่เท่าไร  แต่ที่ไหนได้ถมไปถมมาใช้ทรายขี้เป็ด อีกตั้ง 8 คิว  




กองอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือประดามี ใช้ทุกอย่างเท่าที่จะหาได้



งานถม เกลี่ยดิน อัดดิน



งานถม เกลี่ยดิน อัดดิน




เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วครับ



เริ่มลงต้นไม้ ทำแปลงผัก (ที่เห็นเตาถ่านคือร่องรอยปาร์ตี้ปิ้งย่างของลูกสาว)


  
                    แนวผนังกำแพงกันน้ำเซาะตลิ่ง                        




 สะพานท่าน้ำไม้ไผ่


ตอนที่ทำแนวกำแพงน้ำยังท่วมอยู่เลยครับ  แก้ปัญหาโดยทำแผ่นคอนกรีตข้างนอกแล้วค่อยย้ายลงไปตั้ง   โดยหาพื้นที่เรียบ ๆ ตีแบบ ขนาด 60 ซม. x 110  ซม. หนา 10 ซม. (ปูด้วยแผ่นกระดาษห่อกระดาษถ่ายเอกสารที่ด้านหนึ่งเคลือบมัน)  นำบล็อกมาวางเรียงกันบนพื้น ขนาดสูง 3 ก้อน กว้าง 4 ก้อน  ผสมปูซีเมนต์เทลาดให้เป็นแผ่นเดียวกันครับ    ขณะที่รอปูนแห้งก็ฝังเสาซีเมนต์เป็นแนวไว้รอ 5 ต้น ให้ห่างกัน 1.10 เมตร  ซึ่งจะได้ความยาว  4.40 เมตร และเมื่อรวมกับที่จะต้องก่อบล็อกเพิ่มตรงน้ำไม่ท่วมก็จะได้แนวกำแพงความยาว 5 เมตรพอดี   แต่ปัญหามันอยู่ตอนที่การเคลื่อนย้ายเข้าที่เป็นแนวกำแพงนี่แหละ  เพราะแต่ละแผ่นหนักมาก ขนาดตอนยกจากแบบยังต้องใช้เหล็กงัดขึ้นเลย  ลูกสาวคนเล็กเห็นถึงกับส่ายหน้า พร้อมกับสรรเสริญพ่อคิดว่าตัวเองเป็นเฮอร์คิวลิสหรือไง ? ทำไงได้ละว่ะ  โง่มันจะมาก่อนฉลาดเสมอแหละ   จากนั้นก็งัดเอาสารพัดเทคนิค ตั้งแต่สมัยอาคีมีดิสจนถึงซัคเกอร์เบิร์กมาใช้ ใครว่าอะไรก็ลองทำดู  ยังงงตัวเองอยู่เลยนะครับว่าช่างสามารถ !! บังอาจคิด   ถึงตอนนี้ใครจะมาบอกว่าให้ขยับตรงนี้นิด ตรงนี้หน่อย ไม่เอาแล้ว...พอแล้ว   หมดแรงแล้ว  สะบักสะมอบทั้งพ่อทั้งลูกแล้วครับ 

ส่วนด้านด้านข้างไม่ยากตรงที่น้ำไม่ท่วม สามารถวางแนวก่อบล็อกได้เลย ก่อบล็อกเป็น 2 ชั้น ไว้สำหรับทำเป็นแปลงปลูกต้นไม้ไปในตัว ถัดจากนั้นก็สั่งทรายขี้เป็ดมาถม ตอนแรกสั่งมา 3 คิว กองไว้หน้าบ้าน ค่อย ๆ ตักใส่ถัง
ใส่รถลาก ๆ มาเท ผลคือพวกกองไม้ยังโผล่อยู่เลย  ต้องสั่งมาอีก 3 คิว ก็ยังไม่พออีก ต้องสั่งมาอีก 2 คิว และชั้นบนสุดซื้อดินปลูกต้นไม้มาถม  ตามด้วยการปลูกหญ้า





โต๊ะไม้พาเลทติดล้าฝีมือเราเอง




ปลูกหญ้าเสร็จใหม่ ๆ  ผักสวนครัว เช่น มะเขือเทศ ผักกาดหอม ต้นหอม กระเทียม พริก กำลังงอก


2 เดือนผ่านไป ทำบ้างไม่ทำบ้าง  แล้วแต่เวลาจะอำนวย บางวันขยันหกทุ่มยังขนดินกันอยู่เลย
ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่าง  เป็นสวนสมใจลูกสาว   








ตอนนี้เรามีสวนที่เป็นทั้งสวนหย่อมและสวนผัก ปลูกไม้ดอกต้นยี่โถตรงมุมให้ห่างจากเพื่อนหน่อย
เพราะมันเป็นพิษแต่ดอกมันสวย ต้นจำปี บานบุรี อรุณเบิกฟ้า ลิ่นมังกร พิทูเนีย เทียนฝรั่ง พวงแสดต้น เฮลิโคเนีย ปักษาสวรรค์ คุณนายตื่นสาย  กุหลาบหิน  ต้อยติ่งฝรั่ง กำมะหยี่ญี่ปุ่น เศรษฐีวิลสัน ว่านสี่ทิศ ต้นวาสนา พลูด่าง  บอนยักษ์  นางกวัก  ซุ้มเล็บมือนาง   ผักสวนครัวก็มีต้นหอม กระเทียม พริก มะเขือเทศ ยี่หร่า สะระแหน่ พริกม้า
กะเพรา ตะไคร้ ข่า ขิง มะนาว มะกรูด  อย่างละนิดอย่างละหน่อย  ซื้อหญ้านวลน้อยมาปลูก ตอนแรก ๆ ก็เขียวดี พอตอนหลัง ๆ เริ่มตายเพราะดินเค็ม บางทีขี้เกลือขึ้นขาวมองไกล ๆ สีเหมือนเอาแป้งโรย  จะมีตรงส่วนที่ใกล้ ๆ น้ำหญ้าจะขึ้นงามดี

ใช้งบประมาณ  +- 20,000 บาท  (ไม่รวมค่าขนมลูก และอาหารเสริมตราสิงห์แก้เมื่อยของพ่อ)


ลองดูภาพนะครับ (ภาพอาจไม่สวยเพราะถ่ายจากมือถือรุ่นเก่า ๆ
และแท็บเล็ตของแม่บ้าน  แต่ก็
สุดฝีมือล่ะครับ)


  
มองจากซุ้มประตูสวน เป็นสวนผักสวนครัวผสมดอกไม้ 



ซุ้มเล็บมือนาประตูสวน


b

วันที่รอคอยก็มาถึงตัวเล็กข้างบ้านขอมาแจม เล่นไปพี่สาวป้อนขมไป 

   
  มะเขือเทศสีดา ผลผลิตรุ่นแรกของสวนเรา


  
  
 กระถางสาระแหน่


      

 กะเพราป่า 3 ต้น เก็บไปำผัดกะเพราได้ตลอดครับ

 
  
 ดอกลิ้นมังกรให้สีแดงสดมาก พันธุ์ไม้ดอกจากดินแดนแถบอเมริกาใต้ 



นึกย้อนหลังวันที่มันเป็นป่า เป็นที่ทิ้งขยะ แค่จะเดินมาตรงนี้ก็แทบไม่อยากคิด ตอนนี้ช่วงเช้า ๆ ก่อนเก้าโมงจะเย็นสบายแดดไม่ส่อง ช่วงบ่ายโมงจะมีร่มต้นมะขาม ต้นมะขามเทศ ต้นมะพร้าว ต้นนนทรีย์ ปาล์มขวด ให้หลบแดดได้สบาย ๆ  เรียกได้ว่าสามารถใช้้พื้นที่ตรงนี้ได้เกือบทั้งวัน  สมมติว่้าถ้าเราไม่ทำอะไรเลยที่ตรงนี้ก็คงรก ๆ อีกต่อไปและรกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  คงน่าเสียดายก็ตรงที่เราไม่ได้หยิบฉวยบรรยากาศและทรัพยากรที่มีอยู่แล้วมาใช้ประโยชน์   ทุกอย่างมันก็คงจะผ่านเราไป แต่จะให้มันสวยเหมือนของราคาแพง ๆ ก็คงไม่ใช่  แต่พวกเราก็ทำได้ 


บ้านไม้เก่า ๆ อายุราว ๆ 50 ปี ที่คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยจะปลื้มเท่าไร
ขนาดตัวบ้าน 70 ตารางเมตร สองชั้น ชั้นบนปูด้วยไม้กระดาน พื้นไม้ยังสวยอยู่เลย


                                    

บ้านไม้
 (ห้องนอนของลูกสาวคนโต ตอนนี้ไปเรียนที่ ม.มหาสารคาม  เตียงนอนเราก็ทำเองนะครับ)


วันดีคืนดีเราลุกขึ้นมาจับโน่น ทำนี่ เลือกสไตล์ที่เราชอบ ๆ  มารวมกัน  พอเพื่อน ๆ  มาเห็นเข้าเขาบอกว่าสวยดีเหมือนบ้านญี่ปุ่นเลย..(เหรอ.) โอ้โห  เหมือนรีสอร์ทเลย.(เวอร์ไป).. เหมือนร้านอาหาร.(ช่างคิดเน๊อะ) .. คงหมดหลายตังค์ละสิท่า.(คงจริงใจ).. เอ้า ..พูดไป  ก็แล้วแต่ใครจะมองละครับ  เราเองก็ไม่ได้เลือกสไตล์หรอกว่าเป็นบ้านอะไร   แต่ประเด็นก็ทำเป็นออฟฟิศ ผนังไม้ ติดมุ้งลวด ปูกระเบื้อง ใช้งบไม่ต้องมาก และสุดท้าย จะต้องทำเอง … แฮ่ ๆ ไม่มีตังค์จ้างช่าง..



ช่างทาสีมือใหม่ลูกและหลาน  เริ่มต้นด้วยการทาสีเพื่อปกปิด และเตรียมตัวแปลงร่าง


ทาสีผนังห้อง ช่างทาสีมือใหม่


ห้อง ๆ นี้เดิมทีเป็นห้องเก็บของ เมื่อปี 2553 น้ำท่วมโคราช ที่นี่ก็โดนเหมือนกัน น้ำท่วมสูงถึงต้นขาเลย  พวกหนังสือพิมพ์เก่า   กระดาษรีไซเคิล ยกไปเก็บที่ชั้นบนบ้านอย่างดี   แต่พวกหนังสือดี ๆ เอกสารตำรา ปกหนังสือของลูกค้า รวมทั้งของรักของหวง  กลับกองสุมรวมกันบนโต๊ะที่ชั้นล่าง  รับน้ำหนักมาก ๆ เข้า ขาโต๊ะแบะ นึกดูสิครับจะเกิดอะไรขึ้น  จมน้ำหมดเลย  ก็ไม่รู้ว่าพากันคิดอะไรนะครับตอนนั้น  คงรีบร้อนจนลืมเบลอไปหมด




   

มองจากข้างใน


 

ภาพตอนรื้อของออกมากองไว้ ตอนที่ปรับปรุงห้องทำงาน





โต๊ะไม้พาเลท (ทำเอง)



พื้นห้องที่ลงกระเบื้องสารพัดสี


 
                         
ชั้นวางของไม้พาเลท
ปรับปรุงห้องทำงานเสร็จแล้ว กำลังขนของเข้ามาจัดเก็บเข้าที่เข้าทาง



 

ภาพถ่ายด้านหน้าห้องทำงาน ประตูบานเลื่อน
(ผนังห้องและโครงไม้ทั้งหมดใช้ไม้พาเลท)



 

  มุ้งลวดกันยุง ขอบไม้พาเลท
 ผ้าม่านใช้ลาสติกใสลายใบเมเปิลสีเหลือง-ส้เน้นความโปร่งใส
อากศถ่ายเทได้ดี  ไม่เปิดไฟ-ไม่เปิดพัดลมก็อยู่ได้


การปูกระเบื้อง  จะเห็นว่าห้องทำงานมีกระเบื้องสารพัดสี บางคนบอกว่าสวยดี มีศิลป์นิด ๆ แต่เราเองก็บอกใครไม่ได้ว่าทำไมต้องเลือกกระเบื้องมาหลากหลายแบบนี้ งง ๆ คือไม่รู้ว่าคิดอะไรกันอยู่ครับ  อีตอนที่เลือกสีกระเบื้อง เท่าที่พอประมวลจากความทรงจำ คือ 

  • มีกระเบื้องสีครีม เหลือจากทำห้องน้ำ 2 กล่อง
  • กระเบื้องสีต่าง ๆ มากมายนั้นเลือกมาทีหลัง  เลือกมาอย่างละ 2 กล่อง 
  • จากนั้นทดลองวางกระเบื้องเท่าที่มีให้เต็มห้อง แต่กระเบื้องไม่พอ และไม่อยากซื้อกระเบื้องเพิ่ม  จึงปิ๊งไอเดียว่า...ขยายยาแนวกว้าง ๆ สิ โดยทำพื้นปูนผิวเรียบสลับกับกระเบื้อง แต่เป็น-โค-ต-ร-ยาแนว ที่ปูยากส์มาก ปูยากกว่าวางกระเบื้องชิดกันอีก
  • เราเองก็ปูกระเบื้องไม่เก่ง  งานปูนก็ไม่เคยทำ  อุปกรณ์ก็มีไม่ครบ  (ยังอาจหาญลงมือทำเอง) ตอนเช็ดเศษปูนออกจากขอบกระเบื้อง โคตรเหนื่อย  กะว่าจะทำแบบปูนขัดมัน  แต่ทำไม่เป็น  ทำไปทำมาก็ได้แค่แบบพื้นผิวสาก ๆ นี่แหละครับ   


การทาสีห้อง ก็ได้แรงงานลูก ๆ หลาน ๆ ที่พลัดหลงเข้ามาไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ก็พอ ๆ ไปวัดไปวาได้ 

ผนังห้อง  ทำจากไม้พาเลทเพื่อช่วยลดโลกร้อนประมาณว่าไม้รีไซเคิล แถมราคาไม่แพงด้วย

  • ใช้ไม้พาเลท ขนาด 10 x 100 ซม. (ไม้กระดาน)
  • ใช้ไม้หน้า 3 x 2 นิ้ว และ 3 x 1  เป็นโครง
  • ใช้มุ้งลวดพลาสติกสีขาว ขนาด หน้ากว้าง 110 ซม. 1 ม้วน (ราคาประมาณ 1300 บาท)
  • เครื่องมือช่าง (มือสมัครเล่น) มีเลื่อยตัดเหล็ก 1 อัน ค้อนตอกตะปู 1 อัน สว่านไฟฟ้า  ฟุตเหล็กขนาดยาว 1 อัน ดินสอดำ  ตะปูสาระพัดขนาด 1 นิ้ว -2 นิ้ว - 3 นิ้ว - 4 นิ้ว ตรงไหนที่จะต้องยึดติดกับตัวหลักล่อตะปู 4 นิ้วรับรองแน่นเป๊ะ


สิริรวมทั้งหมดใช้งบไปไม่เกิน 20,000 บาท
แต่ไม่รวมเบี้ยเลี้ยงของช่างทาสีจำเป็น(เครื่องบดอาหารเดินได้) ที่จ่ายเป็นพิซซา  ขนม นม เนย ไอติม ตลอดงานครับ